รู้จักกับจุลินทรีย์
จุลินทรีย์คือสิ่งมีชีวิตเล็กๆที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น เช่น เชื้อรา ยีส แบคทีเรีย โปรโตซัว อามีบา ไวรัส เป็นต้น จุลินทรีย์มีอยู่ในธรรมชาติทั้งในน้ำ ในอากาศ ในดินแม้แต่ในร่างกายมนุษย์ มีทั้งชนิดที่เป็นอันตรายและมีประโยชน์ต่อ พืช มนุษย์ และสัตว์ บทบาทสำคัญของจุลินทรีย์คือผู้ย่อยสลาย เป็นตัวการทำให้ทุกอย่างที่มาจากพืชและสัตว์เน่าเปื่อย ผุพัง กลายเป็นดินที่ยังคงมีธาตุอาหารที่แตกตัวออกมาจากธาตุอาหารเดิมที่มีอยู่ในพืชและสัตว์ ธาตุอาหารนี้จะละลายในน้ำได้และรากของพืชจะดูดกลับไปเลี้ยงต้นไม้ให้เจริญเติบโตงอกงามได้อีกครั้งหนึ่ง
น้ำหมักชีวภาพ
น้ำหมักชีวภาพ มีชื่อเรียกได้หลายแบบตามความคุ้นเคยเช่น น้ำเอ็นไซม์ น้ำจุลินทรีย์ น้ำEM น้ำสกัดชีวภาพ ปุ๋ยน้ำชีวภาพ เป็นต้น
หลักการเบื่องต้น การทำน้ำหมักชีวภาพ
- คลุกเคล้าส่วนผสมเช่น ผักผลไม้ 3 ส่วน น้ำตาลทรายแดงหรือกากน้ำตาล 1 ส่วน จะเติมน้ำในขั้นตอนนี้เลยก็ได้ หากเติมน้ำผสมน้ำ 10 ส่วน
- ในกรณีที่ยังไม่เติมน้ำ ให้เทส่วนผสมลงภาชนะบรรจุมีฝาปิดครึ่งภาชนะ(ถังพลาสติก ขวดโหลแก้ว ตุ่มดินเผา)หากไม่ถึงครึ่งเติมให้เพิ่มได้ หมักไว้ 10 วัน เติมน้ำเปล่าหรือน้ำมะพร้าว ให้มีประมาณเกือบเต็มถัง(เว้นช่วงว่างไว้เพื่อการเกิดแก๊สของการหมัก)
- หมักทิ้งไว้ 3เดือน ช่วงเดือนแรกจะมีกลิ่นบูดเปรี้ยว มีราฝ้าจับหรือวุ้นสีขาวปิดด้านบนภาชนะเพราะจุลินทรีย์ที่ได้ส่วนมากเป็นจุลินทรีย์ที่ไม่ต้องการอากาศ(หากมีหนอนเกิดขึ้น น้ำหมักไม่มีกลิ่นเหม็นบูดเน่าและไม่ได้นำมาเพื่อการบริโภคไม่เป็นไร หากจะแก้กลิ่นบูดเน่าเติมน้ำตาลหรือกากน้ำตาลเพิ่ม)
- กรองส่วนที่เป็นน้ำออกไปใช้ ส่วนที่เป็นกากนำไปผสมทำปุ๋ยหมักหรือผสมดินรองก้นหลุมปลูกต้นไม้ได้
หมายเหตุ การเก็บรักษาสามารถเก็บไว้ได้นานหลายปี ในอุณหภูมิปรกติไม่เกิน 40-50 องศา เก็บในภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิดหากยังเกิดแก็สอยู่เปิดให้แก็สออกได้และอย่าให้ถูกแสงแดด
ประโยชน์ของน้ำหมักชีวภาพสำหรับใช้ในการเกษตร
เป็นหัวเชื้อปุ๋ย
ย่อยสลายส่วนผสมที่นำมาทำน้ำหมักหรือปุ๋ยหมักให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
เป็นอาหารของพืชและสัตว์
อาหารพืช ทำให้พืชลำต้นสมบูรณ์ ติดดอกออกผลได้ดี มีผลผลิตปริมาณมากขึ้นและคุณภาพดี ลงทุนน้อย ลดต้นทุนในการผลิต ปรับสภาพดินให้ดียิ่งขึ้นด้วยการคืนชีวิตให้กับดิน
มีการแลกเปลี่ยนสารอาหารในดิน เช่น
ไนโตรเจน(Nitrogen N) สร้างความเจริญเติบโตต่อ โครงสร้างต่อลำต้นของพืช
ฟอสฟอรัส(phosphorus P) สร้างความเจริญเติบโตต่อโครงสร้างราก การออกดอกและการติดผล
โปรแตสเซียม(Potassium Kalim K) สร้างความเจริญเติบโตต่อเซลล์พืช ให้ผลผลผลิตตลอดจนความหวานของผลไม้
อาหารของสัตว์ เมื่อนำไปผสมน้ำให้กับสัตว์ เช่น เป็ด ไก่ หมู วัว ใช้กินและล้างทำความสะอาด ขจัดกลิ่นเหม็น ป้องกันเชื้อโรค ทำให้สัตว์แข็งแรง มีภูมิต้านทาน
บำบัดน้ำเสีย
น้ำหมักจากเศษอาหาร พืชผักผลไม้หรือหัวเชื้อจุลินทรีย์ เทในน้ำ 1:1000 ลิตร บำบัดน้ำเสียและกลิ่นเหม็น เช่น ห้องน้ำ โรงเลี้ยงสัตว์ บ่อปลา บ่อกุ้ง
ป้องกันแมลง
หมักพืชที่สามารถไล่แมลงได้เช่น ตะไคร้หอม สะเดา หางไหล หนอนตายอยาก ฯลฯ ลดต้นทุนและไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
