| ดัชนีบทความ |
|---|
| ข้าวกล้องคือ |
| ข้าวกล้องมีอะไรดีกว่าข้าวขาว |
| ผลเสียของการกินข้าวขาว |
| ลักษณะข้าวกล้องที่ควรซื้อ |
| วิธีการหุงข้าวกล้อง |
| ทุกหน้า |

ข้าวกล้องคืออะไร ?
คือข้าวที่สีเอาเปลือก (แกลบ) ออกโดยที่ยังมีจมูกข้าว และเยื่อหุ้มเมล็ดข้าว (รำ) อยู่ ข้าวกล้องจะมีสีน้ำตาลอ่อน ซึ่งจมูกข้าวและเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวนี้มีคุณค่าอาหารที่มีประโยชน์มาก
สำหรับข้าวขาวที่เรากินๆ กันอยู่นั้น เป็นข้าวที่เกิดจากการขัดสีหลายๆ ครั้ง จนเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวและจมูกข้าวหลุดออกไป จนเหลือแต่เนื้อในของข้าว
ข้าวกล้องบางคนเรียกกันติดปากว่า ข้าวซ้อมมือหรือข้าวแดง เนื่องจากในสมัยโบราณ ชาวบ้านใช้วิธีตำข้าวกินกันเอง จึงเรียกว่า ข้าวซ้อมมือ แต่ปัจจุบันเราใช้เครื่องจักรสีข้าวแทน จึงเรียกข้าวที่สีเอาเปลือกออกนี้ว่า ข้าวกล้อง
ข้าวกล้องมีโปรตีนประมาณ 7-12% (แล้วแต่พันธุ์ข้าว) นักค้นคว้าชื่อ โรสเดล ( Rosedale ) ได้วิเคราะห์ว่า การขัดสีข้าวกล้องจนมีสีขาว จะทำให้โปรตีนสูญหายไปประมาณ 30%
ประโยชน์มากมายของการกินข้าวกล้อง
|
•
|
ได้วิตามินบีรวม ช่วยป้องกันและบรรเทาอาหารอ่อนเพลีย แขน ขาไม่มีแรง ปวดกล้ามเนื้อ โรคผิวหนังบางชนิด บำรุงสมอง ทำให้เจริญอาหาร | |
|
•
|
ได้วิตามินบี 1 ซึ่งถ้ากินเป็นประจำจะช่วยป้องกันโรคเหน็บชาได้ | |
|
•
|
ได้วิตามินบี 2 ป้องกันโรคปากนกกระจอก | |
|
•
|
ได้ฟอสฟอรัส ช่วยในการเจริญเติบโตของกระดูกและฟัน | |
|
•
|
ได้แคลเซียม ทำให้กระดูกแข็งแรง ช่วยป้องกันไม่ให้เป็นตะคริว | |
|
•
|
ได้ทองแดง สร้างเมล็ดโลหิต และเฮโมโกลบิน | |
|
•
|
ได้ธาตุเหล็ก ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง | |
|
•
|
ได้โปรตีน ช่วยเสริมสร้างส่วนที่สึกหรอ | |
|
•
|
ได้ไขมัน ให้พลังงานแก่ร่างกาย ไขมันในข้าวกล้องเป็นไขมันที่ดี ไม่มีโคเรสเตอรอล | |
|
•
|
ได้ไนอะซิน ช่วยระบบผิวหนังและเส้นประสาท และป้องกันโรคเพลลากรา (โรคที่เกิดจากการขาดไนอะซิน จะมีอาการท้องเสีย ประสาทไหว โรคผิวหนัง) |
|
|
•
|
ได้คาร์โบไฮเดรต ให้พลังงานแก่ร่างกาย | |
|
•
|
ได้กากอาหาร ข้าวกล้องมีกากอาหารมาก ซึ่งจะทำให้ท้องไม่ผูก และช่วยป้องกันมะเร็งในลำไส้อีกด้วย | |
|
•
|
วิตามินและเกลือแร่ต่างๆ ในข้าวกล้องจะช่วยให้ส่วนต่างๆ ของร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ |
ข้าวกล้องมีอะไรดีกว่าข้าวขาว
|
•
|
ข้าวกล้องมีวิตามินบี 1 มากกว่าข้าวขาวประมาณ 4 เท่า ถ้ากินเป็นประจำ จะป้องกันโรคเหน็บชา | |
|
•
|
วิตามินบี 2 มีมากจะป้องกันโรคปากนกกระจอก | |
|
•
|
วิตามินบีรวม มีมากกว่าจะป้องกัน และบรรเทาอาการอ่อนเพลียและขาไม่มีแรง อาการปวดแสบและเสียวในขา ปวดน่อง ปวดกล้ามเนื้อ ลิ้นแตกหรือมีแผล ริมฝีปากเจ็บหรือมีแผล โรคผิวหนังบางชนิด โรคปลายประสาทอักเสบ และโรคเกี่ยวกับระบบประสาทบางชนิด | |
|
•
|
วิตามินบีรวม ยังบำรุงสมอง ทำให้เรียนเก่งขึ้นและเจริญอาหาร | |
|
•
|
ธาตุเหล็ก มีมากเป็น 2 เท่า ช่วยป้องกันโลหิตจาง | |
|
•
|
แคลเซียม มีมากกว่า จะทำให้กระดูกแข็งแรง ช่วยป้องกันไม่ให้เป็นตะคริว | |
|
•
|
ไขมัน มีมากกว่าให้พลังงานแก่ร่างกาย | |
|
•
|
กากอาหาร มีมากกว่าจะช่วยป้องกันท้องผูก และมะเร็งลำไส้ใหญ่ | |
|
•
|
เกลือแร่และวิตามินต่างๆ ในข้าวกล้อง มีรวมกัน 20 กว่าชนิด มีหน้าที่ทำให้การทำงานของส่วนต่างๆ ของร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและเสริมสร้างส่วนที่สึกหรอ | |
|
•
|
โปรตีน มีมากกว่าช่วยเสริมสร้างส่วนที่สึกหรอ | |
|
•
|
แป้ง (คาร์โบไฮเดรต) มีน้อยกว่าข้าวขาว ช่วยลดความอ้วน ส่วนคนที่ผอมจะสมบูรณ์ขึ้น เนื่องจากได้รับสารอาหารต่างๆ ที่มีประโยชน์เพิ่มขึ้น | |
|
•
|
ประหยัดเงินทอง เพราะเจ็บป่วยน้อยกว่า ข้าวกล้องจะมีราคาถูกกว่า เพราะต้นทุนในการผลิตต่ำกว่า | |
|
•
|
มีผลทำให้สุขภาพจิตและสติปัญญาดีขึ้น เพราะสุขภาพกายดีขึ้น |
ปริมาณสารอาหารในข้าวขาวกับข้าวกล้อง
|
สารอาหาร |
ข้าวขาว |
ข้าวกล้อง |
|
วิตามิน – บี 1 |
4 จานกว่า |
1 จาน |
|
วิตามิน – บี 2 |
2 จาน |
1 จาน |
|
วิตามิน – บี 6 |
5 จานกว่า |
1 จาน |
|
กากข้าว |
2 จานกว่า |
1 จาน |
ผลเสียของการกินข้าวขาว
โรคและอาการต่างๆ ต่อไปนี้ จะลดลงมากหรือป้องกันได้ ถ้ากิน ข้าวกล้อง เป็นประจำ และกินอาหารเพียงพอและถูกหลัก
|
•
|
โรคเหน็บชา เพราะขาดวิตามิน-บี 1 ข้าวกล้องมีวิตามิน-บี 1 มากกว่าข้าวขาว 385% (พบมากในประเทศที่กินข้าวขาวเป็นอาหารหลัก) | |
|
•
|
โรคปากนกกระจอก เพราะขาดวิตามิน-บี 2 ข้าวกล้องมีวิตามิน-บี 2 มากกว่าข้าวขาว 66% (ตามชนบทมีเด็กเป็นโรคปากนกกระจอก 60%) | |
|
•
|
โรคโลหิตจาง เพราะขาดธาตุเหล็ก เนื่องจากข้าวกล้องมีธาตุเหล็กมากกว่าข้าวขาว 2 เท่า (ประชากรไทยเป็นโรคโลหิตจาง 40%) | |
|
•
|
โรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ (พบมากทางภาคเหนือและภาคอีสาน โดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี) เกี่ยวเนื่องจากมาจากการขาดธาตุฟอสฟอรัส และอื่นๆ ซึ่งมีในข้าวกล้อง นอกจากนั้น ฟอสฟอรัสยังช่วยในการเจริญเติบโตของกระดูกและฟันอีกด้วย | |
|
•
|
โรคท้องผูก เพราะมีกากอาหารน้อย ข้าวกล้องมีกากอาหารมากกว่า 133% (ข้าวกล้องช่วยป้องกันท้องผูก และมะเร็งลำไส้ใหญ่) | |
|
•
|
โรคทางระบบประสาทบางชนิด และโรคปลายประสาทอักเสบ เพราะขาดวิตามินบีรวม ซึ่งมีมากในข้าวกล้อง (วิตามินบีรวม ช่วยบำรุงสมอง ทำให้เรียนเก่งขึ้น และเจริญอาหาร) | |
|
•
|
อารมณ์เสียง่ายกว่า หงุดหงิดเพราะชาดวิตามินบีรวม ซึ่งเป็นวิตามินที่เสริมสร้างระบบประสาทของร่างกาย และถ้าระบบประสาทของเราไม่ดี ทำให้เราควบคุมอารมณ์ได้ไม่ดีนัก | |
|
•
|
เบื่ออาหาร เพราะขาดวิตามินบีรวม ซึ่งข้าวกล้องมีมากกว่าข้าวขาว | |
|
•
|
โรคขาดโปรตีน ข้าวกล้องมีโปรตีน ร้อยละ 7-12 (เด็กไทยประมาณร้อยละ 40-60 เป็นโรคขาดโปรตีนและพลังงาน) ข้าวกล้องมีโปรตีนมากกว่าข้าวขาว 20-30% | |
|
•
|
โรคผิวหนังบางชนิด ขาดวิตามินบีบางตัว | |
|
•
|
อ่อนเพลีย รู้สึกเหนื่อยกว่าปกติ ปวดเมื่อยตามตัวและขา เพราะขาดวิตามินบีรวม | |
|
•
|
โรคชัก เนื่องจากขาดวิตามิน บี 6 ซึ่งมีมากในข้าวกล้อง | |
|
•
|
ข้าวขาวมีแป้ง (คาร์โบไฮเดรต) พอๆ กับข้าวกล้อง แต่มีเกลือแร่และวิตามินต่างๆ น้อยกว่าข้าวกล้อง (ในข้าวกล้องจะมีวิตามินรวมกัน 20 กว่าชนิด) ที่ทำให้ส่วนต่างๆ ของร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและเสริมสร้างร่างกายให้สมบูรณ์ |
ลักษณะข้าวกล้องที่ควรซื้อ
ข้าวกล้อง คือข้าวที่สีเพียงครั้งเดียว โดยการกะเทาะเปลือกนอกออกเท่านั้น จะไม่มีการขัดสีเอาเส้นใยที่อยู่รอบๆ เมล็ดข้าวออกอย่างเด็ดขาด ดังนั้น การเลือกซื้อข้าวกล้อง จึงควรสังเกตุ ดังนี้
1. เมล็ดข้าวต้องสมบูรณ์ ไม่มีรอยแหว่งตรงปลายเมล็ดข้าว เพราะถ้ามีรอยแหว่ง แสดงว่า จมูกข้าวหลุดหายไปแล้ว ซึ่งจมูกข้าวนี้เองที่เป็นแหล่งรวมสารอาหารที่มากที่สุดในเมล็ดข้าวแต่ละเม็ด
2. สีของเม็ดข้าวเป็นสีขาวขุ่น อาจมีสีน้ำตาลปนอยู่บ้าง มากน้อยขึ้นอยู่กับพันธุ์ข้าว บางครั้งอาจมีสีเขียวอ่อนๆ ติดอยู่ แสดงว่า เป็นข้าวเก็บเกี่ยวใหม่ๆ เยื่อหุ้มเมล็ดข้าวจึงยังติดอยู่ มิได้ถูกข้ดสีทิ้งไป
3. เป็นข้าวที่แห้งสนิท ไม่มีความชื้น หรือขึ้นรา
4. บรรจุในถุงปิดสนิท มีแหล่งผลิตและราคาจำหน่ายที่ชัดเจน
5. การซื้อแต่ละครั้ง ควรซื้อในปริมาณที่พอเหมาะกับสมาชิกในครอบครัวที่จะรับประทานได้ 1 - 2 สัปดาห์
6. การเก็บรักษา เมื่อเปิดถุงใช้แล้ว ควรปิดถุงให้มิดชิด เพื่อป้องกันแมลงสาบ หรือ หนู ลงไปแพร่เชื้อ
วิธีการหุงข้าวกล้อง
เพื่อให้ข้าวกล้อง ยังคงมีสารอาหารครบถ้วนบริบูรณ์มากที่สุด จึงขอแนะนำวิธีการหุงข้าวกล้องที่ถูกต้อง ดังนี้
1. การซาวข้าวกล้อง ควรซาว 1 - 2 ครั้ง เท่านั้น เพราะถ้าซาวหลายครั้ง วิตามินบางชนิดที่ละลายน้ำได้ จะสูญเสียไปกับการซาวข้าว
2. การหุงข้าวกล้องแต่ละครั้ง ควรหุงให้พอดีกับการรับประทานแต่ละมื้อ เมื่อหุงสุกให้ถอดปลั๊กหม้อหุงข้าวไฟฟ้าทันที และรับประทานให้หมดหม้อ เพราะวิตามินบางชนิด เมื่อถูกความร้อนจัดๆ นานๆ จะเสื่อมสลายทันที ยิ่งเสียบหม้อหุงข้าวอุ่นไว้หลายชั่วโมง หรือ อุ่นไว้ตลอดวัน วิตามินและแร่ธาตุบางชนิดจะไม่เหลืออยู่เลย